รวมพรรณไม้ที่ดูแต่ตามืออย่าต้อง

  มีพรรณไม้มากมายหลายชนิดหลายสายพันธุ์ที่สวยงามและนิยมนำมาประดับบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพรรณไม้ดังกล่าวนั้นจะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหากสัมผัสหรือกินเข้าไป และทำให้พรรณไม้เหล่านี้ที่ดูได้แต่ห้ามแตะต้องอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ซึ่งเรามาดูกันว่ามีต้นใดบ้างที่นำมาประดับได้แต่ระวังหากโดนพิษของมัน ต้นชวนชม พิษของมันอยู่ที่ทุกส่วนของลำต้นรวมถึงดอกและใบ เป็นยางสีขาวขุ่นมีสารพิษจำพวก abobioside และ abomonosideซึ่งฤทธิ์ของมันมีผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ และเป็นอัมพาตที่กรามหากพิษเข้าร่างกายโดยในอดีตมักนิยมใช้น้ำยางของชวนชมทาที่หัวลูกดอกเพื่อเบื่อปลา หากสัมผัสยางของมันก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นคัน ต้นบานบุรี พิษของอยู่ที่ทุกส่วนของลำต้นโดยพิษมันคือน้ำยางสีขาวขุ่น ซึ่งมีสารจำพวก triterpinoidและ staphtlococus หากสัมผัสแล้วอาจเกิดอาการผื่นคัน และเกิดแผลที่ผิวหนัง และหากพิษเข้าไปในร่างกายก็จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงอย่างรุนแรงได้ ยิ่งโดยเฉพาะเป็นอันตรายมากสำหรับเด็ก สาวน้อยประแป้ง พรรณไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมากในตัวอาคารและในบ้านเนื่องจากช่วยในเรื่องของการกองอากาศภายในอาคาร ซึ่งถือว่าเป็นไม้ประดับมีพิษชนิดหนึ่งเช่น แคลเซียมออกซาเลท ซึ่งมาจากน้ำยางใสๆจะลำต้นและใบ หากโดนแล้วจะระคายเคืองผิวหนัง มีอาการคัน และมีผื่นแดงในบริเวณที่รับพิษ หากได้รับพิษเข้าสู่ร่างกายพิษจะเข้าไปทำลายระบบกล้ามเนื้อและการทำงานภายในร่างกายอาจถึงตายได้

ต้นลีลาวดี ความสวยที่กินไม่ได้

  ต้นลั่นทมหรือต้นลีลาวดี เป็นต้นไม้ที่ดอกของมันมีสีสันและกลิ่นที่หอมมาก ลีลาวดีเป็นต้นไม้ยืนต้นจัดอยู่ในสกุล Plumeria มีหลายชนิดด้วยกัน ในอดีตต้นนี้มีชื่อว่า ต้นลั่นทม ซึ่งด้วยชื่อของมันจะทำให้มีความเชื่อว่าหากใครที่ปลูกมันแล้วจะทำให้ครอบครัวหรือคนในบ้านระทม ดั่งชื่อของต้นไม้ซึ่งเป็นชื่ออัปมงคล ปัจจุบันจึงมีการตั้งชื่อใหม่ว่า ลีลาวดี และเป็นที่นิยมปลูกกันแพร่หลายมากเนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกง่ายและดอกไม้ที่มีกลิ่มหอมนอกจากนี้ลีลาวดียังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น จำปา, จำปาลาว และจำปาขอม นอกจากนี้ดอกลีลาวดียังเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศลาว นิยมปลูกกันมากบริเวณบริเวณทางขึ้นพระธาตุที่เมืองหลวงพระบาง สำหรับในประเทศไทยนั้นมักพบต้นลั่นทมตามธรรมชาติทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ แต่เดิมต้นลีลาวดีนั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากอเมริกาใต้และถูกนำเข้ามาในแถบเอเชียราว 500 ปีก่อน โดยความเชื่อดังเดิมคำว่า ลั่นทม มีความหมายถึงคำว่าระทม ทุกข์โศก ซึ่งลักษณะต้นและดอกไม้ที่สวยงามและมีกลิ่นหอมจึงมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ลีลาวดี ซึ่งกลิ่นหอมของดอกมันนั้นมีผู้นิยมนำมาทำเป็นพวงมาลัยไหว้พระ หรือนำมาประดับภายในบ้าน แม้ว่าดอกของต้นลีลาวดีจะมีกลิ่นที่หอมมากแต่ทั้งนั้นส่วนที่เป็นยางสีขุ่นๆจากลำต้นรวมถึงใบมันนั้นก็มีพิษเช่นกัน โดยพิษจากน้ำยางนี้มีสาร plumeric acid หากสัมผัสจะเกิดการระคายเคืองและเกิดผื่นคัน และหากกินเข้าไปสำหรับผู้หญิงมีครรภ์อาจทำให้แท้งลูกได้

Manchineel Tree ต้นไม้ที่อันตรายที่สุดในโลก

  บนโลกนั้นมีต้นไม้และพรรณไม้นานาชนิดที่ส่งผลต่อร่างกายของเราเนื่องจากพิษของมัน และบางคนนั้นทำให้คนเราตายมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว ต้นไม้หรือพรรณไม้บางต้นนั้นมีไว้สำหรับประดับสวยงามเท่านั้นซึ่งไม่สามารถนำมาประกอบอาหารได้เพราะหากว่านำมารับประทานเข้าไปอาจทำให้ตายได้ บนโลกเรามีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ถูกขนานว่าเป็นต้นไม้ที่อันตรายอย่างมาก หรือจะเรียกว่าเป็นต้นไม้ที่อันตรายที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งทุกส่วนของต้นนั้นล้วนแล้วมีพิษทั้งสิ้นอย่างเช่น ต้นแมนชินิล หรือต้นแอปเปิ้ลพิษ ทั้งนี้คำว่าแอปเปิ้ลพิษมาจากส่วนของผลมันที่คล้ายกับแอปเปิ้ล แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสายพันธุ์แอปเปิ้ลเลย ต้นไม้นี้เป็นพืชพื้นเมืองขึ้นมาในแถบฟอร์ลิด้า สหรัฐอเมริกา แถบบาฮามา หมู่เกาะแคริเบียน รวมไปถึงแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ด้วยความอันตารายของมันนั้นนับจัดว่าเป็นอันตรายอย่างมากตั้งแต่การสัมผัสเลยทีเดียว หากใครที่พบกับต้นแมนซินิลแล้วเผลอกินผลมันเข้าไปแล้วพิษในผลของมันจะทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง ในส่วนลำต้นและใบของมันมียางสีขุ่นๆเกาะอยู่ตามตัว ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงอย่างมากหากฝนตกเพราะน้ำยางที่ไหลมาตามน้ำฝนนั้นหากถูกตัวก็จะทำให้เกิดระคายเคืองรุนแรงมีแผลพุพองคล้ายรอยไหม้ รวมไปถึงหากเผาต้นไม้นี้ควันจากการเผานั้นทำให้คนที่สูดดมมันอาจจะทำให้เกิดการสำลัก หลอดลมอักเสบ และระคายเคืองตาจนถึงขั้นตาบอดเลยก็ได้ ต้นนี้อันตรายมากจนทางการต้องปิดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวห้ามจับ ห้ามกินผลมันเด็ดขาด

น้อยหน่า ผลไม้มีพิษใช้สำหรับกำจัดเหา

  น้อยหน่าก็เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนนิยมนำมารับประทานมากเช่นเดียวกับมะม่วง ซึ่งมีรสหวานอร่อย แต่ต้นน้อยหน่าก็มีฤทธิ์ด้านพิษเช่นกัน พิษของน้อยหน่านั้นจะอยู่ส่วนของเม็ดของมันนั่นเอง น้อยหย่านั้นเป็นพืชจัดอยู่ในสกุลพืชยืนต้น มีผลเป็นเนื้อสีขาวหุ้มเมล็ดสีดำมีหลายๆเม็ดในผล ผลมีรสหวาน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง และใต้ แต่จะพบอยู่ทั่วไปในเขตร้อน ในประเทศไทยปลูกมากทางภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ น้อยหน่านั้นถือว่าเป็นผลไม้ที่มีความนิยมมากเนื่องจากมีรสหวานอร่อย นิยมทานในช่วงฤดูร้อนจนถึงช่วงต้นฤดูฝน แต่ความหวานของมันนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลธรรมชาติมากซึ่งการทานมากๆก็อาจทำให้เกิดน้ำตาลเลือดสูงและความอ้วนเช่นกัน สำหรับพิษของน้อยหน่านั้นจะอยู่ที่เมล็ดสีดำของมันซึ่งเมล็ดนั้นมีส่วนประกอบของกรดไฮโดรไซยานิก ซึ่งสารนี้เป็นส่วนประกอบของย่าฆ่าแมลง และสกัดเป็นยาฆ่าเหา ทั้งนี้รวมถึงส่วนของผลดิบด้วยที่มีฤทธิ์นี้หากรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้ท้องร่วงอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ ส่วนประกอบอื่นๆอีกคือส่วนของ ราก และเปลือกผลที่มีส่วนประกอบของแอลคาลอยด์อะโนเนอิก ที่ฤทธิ์ทำลายระบบหัวใจอาจส่งผลให้หัวใจวายได้ ทั้งนี้แม้ว่าน้อยหน่าจะมีพิษแต่ก็ไม่มีใครที่นิยมนำเมล็ดมารับประทานรวมถึงส่วนรากและเปลือกผลด้วย แม้ว่าน้อยหน่าจะเป็นพืชมีพิษแต่พิษของมันก็สามารถนำมาเป็นสรรพคุณทางยาได้อย่างเช่น ในส่วนใบสดช่วยในเรื่องของการกำจัดเหาโดยการนำใบสดมาตำให้ละเอียดและนำมาพอกหัวประมาณ 7 วัน อีกทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องกลากเกลื้อนได้ด้วย

มะม่วงก็มีพิษ

  มะม่วงเป็นผลไม้ที่ยอดนิยมมากยิ่งในช่วงฤดูร้อน ผลของมะม่วงก็จะออกผลเป็นพวงๆเต็มต้นและยิ่งทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานมะม่วงนั้นมักจะนำมะม่วงมาทานดิบๆ ซึ่งมีรสชาติเปรี้ยวนำมายำและนำมาจิ้มกับพริกเกลือหรือน้ำปลาหวานอร่อยๆ มะม่วงนั้นเป็นไม้ยืนต้นในวงศ์สกุลของผลไม้เมืองร้อน มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดียจากนั้นก็กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก โดยมะม่วงมีจำนวนมากกว่า 49 สายพันธุ์ทั่วโลก โดยในประเทศไทยนั้นนิยมมากที่สุดคือ น้ำดอกไม้, เขียวเสวย, แรด, แก้วขมิ้น, อกร่อง แต่ก็เป็นที่นิยมรสชาติที่แตกต่างกันไปเช่น ชอบรสมันกรอบอร่อยก็เขียวเสวย, ชอบรสเปรี้ยวอมหวานก็ทานแก้วขมิ้น, ชอบแบบสุกมีรสหวานก็น้ำดอกไม้ ชอบรสเปรี้ยวมากก็มะม่วงแรด ทั้งนี้แม้ว่าต้นมะม่วงจะนิยมปลูกและนำมารับประทานแล้ว ในเรื่องพิษก็มีเช่นกันโดยพิษที่ว่านี้ก็คือ น้ำยางของมันนั้นเอง โดยน้ำยางของมะม่วงส่วนมากจะอยู่ที่บริเวณเปลือกซึ่งเมื่อปลอกออกมาจะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมาซึ่งน้ำยางนี้มีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายผิวหนัง และเป็นอันตรายมากหากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ ผู้ที่โดนยางมะม่วงและมีอาการแพ้จะรู้สึกแสบคัน และเกิดแผลพุพองบริเวณที่โดนบางคนเป็นผื่นขึ้นในบริเวณที่โดนน้ำยาง ซึ่งหากโดนน้ำยางของมะม่วงวิธีเบื้องต้นคือให้รีบล้างยางออกด้วยน้ำสะอาดทันทีและถูสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ซึ่งหากปลอกมะม่วงแล้วต้องนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดเช่นกันเพื่อนำน้ำยางในผลออกให้หมด

ต้นตีนเป็ด เพชฌฆาตเงียบคร่าชีวิต

    เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วเรามักจะได้กลิ่นโชยของดอกไม้หลากหลายชนิดที่ออกดอกบานในช่วงฤดูหนาวอย่างเช่น ดอกปีบ, ดอกวาสนา ที่มีกลิ่มหอมละมุน และสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือกลิ่นของดอกตีนเป็ดที่โชยมากระทบจมูกเราบ่งบอกว่าเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วและหลายคนคงมึนกับกลิ่นของมันที่จะหอมก็ไม่ใช่จะเหม็นก็ไม่เชิงจึงทำให้ดอกตีนเป็ดกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้มึนจนหลายถอยหนีเลยที่เดียว แต่รู้หรือไม่ว่าดอกตีนเป็ดหรือดอกพญาสตบรรณนั้นส่วนประกอบของต้นนั้นกลับเป็นเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนมาแล้ว ซึ่งทางห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทางพิษวิทยาจากประเทศฝรั่งเศส เผยว่าพืชสกุล ตีนเป็ดทะเล ซึ่งมีการเติบโตมากในประเทศอินเดียและในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นพบว่าในลำต้นนั้นมีสารประกอบบางอย่างที่เป็นพิษซึ่งสามารถคร่าชีวิตคนได้หากมีการกินเข้าไปในร่างกาย โดยในปี 1989-1999 พบว่าประชาชนชาวอินเดียทางรัฐเคราลา เสียชีวิตจากต้นตีนเป็ดมากถึง 500 รายจึงเป็นเหตุให้มีการนำตัวอย่างของต้นตีนเป็ดดังกล่าวมาวิเคราะห์ข้อมูลนี้ พบว่าในส่วนประกอบของต้นตีนเป็ดน้ำนั้นมีสารที่มีฤทธิ์ต่อหัวใจ สารชนิดนี้เรียกว่า คาร์เบอริน ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่มากก็จะส่งผลให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ ด้วยสาเหตุนี้จึงสามารถนำไปใช้เพื่อฆาตกรรมได้เช่นกัน ซึ่งสารดังกล่าวเมื่อเข้าไปในร่างกายปริมาณมากจะไปสกัดช่องของทางเดินแคลเซียมไอออนในกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งไปรบกวนการทำงานของหัวใจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้