มะม่วงก็มีพิษ

  มะม่วงเป็นผลไม้ที่ยอดนิยมมากยิ่งในช่วงฤดูร้อน ผลของมะม่วงก็จะออกผลเป็นพวงๆเต็มต้นและยิ่งทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานมะม่วงนั้นมักจะนำมะม่วงมาทานดิบๆ ซึ่งมีรสชาติเปรี้ยวนำมายำและนำมาจิ้มกับพริกเกลือหรือน้ำปลาหวานอร่อยๆ มะม่วงนั้นเป็นไม้ยืนต้นในวงศ์สกุลของผลไม้เมืองร้อน มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดียจากนั้นก็กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก โดยมะม่วงมีจำนวนมากกว่า 49 สายพันธุ์ทั่วโลก โดยในประเทศไทยนั้นนิยมมากที่สุดคือ น้ำดอกไม้, เขียวเสวย, แรด, แก้วขมิ้น, อกร่อง แต่ก็เป็นที่นิยมรสชาติที่แตกต่างกันไปเช่น ชอบรสมันกรอบอร่อยก็เขียวเสวย, ชอบรสเปรี้ยวอมหวานก็ทานแก้วขมิ้น, ชอบแบบสุกมีรสหวานก็น้ำดอกไม้ ชอบรสเปรี้ยวมากก็มะม่วงแรด ทั้งนี้แม้ว่าต้นมะม่วงจะนิยมปลูกและนำมารับประทานแล้ว ในเรื่องพิษก็มีเช่นกันโดยพิษที่ว่านี้ก็คือ น้ำยางของมันนั้นเอง โดยน้ำยางของมะม่วงส่วนมากจะอยู่ที่บริเวณเปลือกซึ่งเมื่อปลอกออกมาจะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมาซึ่งน้ำยางนี้มีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายผิวหนัง และเป็นอันตรายมากหากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ ผู้ที่โดนยางมะม่วงและมีอาการแพ้จะรู้สึกแสบคัน และเกิดแผลพุพองบริเวณที่โดนบางคนเป็นผื่นขึ้นในบริเวณที่โดนน้ำยาง ซึ่งหากโดนน้ำยางของมะม่วงวิธีเบื้องต้นคือให้รีบล้างยางออกด้วยน้ำสะอาดทันทีและถูสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ซึ่งหากปลอกมะม่วงแล้วต้องนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดเช่นกันเพื่อนำน้ำยางในผลออกให้หมด

ต้นตีนเป็ด เพชฌฆาตเงียบคร่าชีวิต

    เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วเรามักจะได้กลิ่นโชยของดอกไม้หลากหลายชนิดที่ออกดอกบานในช่วงฤดูหนาวอย่างเช่น ดอกปีบ, ดอกวาสนา ที่มีกลิ่มหอมละมุน และสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือกลิ่นของดอกตีนเป็ดที่โชยมากระทบจมูกเราบ่งบอกว่าเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วและหลายคนคงมึนกับกลิ่นของมันที่จะหอมก็ไม่ใช่จะเหม็นก็ไม่เชิงจึงทำให้ดอกตีนเป็ดกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้มึนจนหลายถอยหนีเลยที่เดียว แต่รู้หรือไม่ว่าดอกตีนเป็ดหรือดอกพญาสตบรรณนั้นส่วนประกอบของต้นนั้นกลับเป็นเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนมาแล้ว ซึ่งทางห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทางพิษวิทยาจากประเทศฝรั่งเศส เผยว่าพืชสกุล ตีนเป็ดทะเล ซึ่งมีการเติบโตมากในประเทศอินเดียและในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นพบว่าในลำต้นนั้นมีสารประกอบบางอย่างที่เป็นพิษซึ่งสามารถคร่าชีวิตคนได้หากมีการกินเข้าไปในร่างกาย โดยในปี 1989-1999 พบว่าประชาชนชาวอินเดียทางรัฐเคราลา เสียชีวิตจากต้นตีนเป็ดมากถึง 500 รายจึงเป็นเหตุให้มีการนำตัวอย่างของต้นตีนเป็ดดังกล่าวมาวิเคราะห์ข้อมูลนี้ พบว่าในส่วนประกอบของต้นตีนเป็ดน้ำนั้นมีสารที่มีฤทธิ์ต่อหัวใจ สารชนิดนี้เรียกว่า คาร์เบอริน ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่มากก็จะส่งผลให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ ด้วยสาเหตุนี้จึงสามารถนำไปใช้เพื่อฆาตกรรมได้เช่นกัน ซึ่งสารดังกล่าวเมื่อเข้าไปในร่างกายปริมาณมากจะไปสกัดช่องของทางเดินแคลเซียมไอออนในกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งไปรบกวนการทำงานของหัวใจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้