ไฮเดรนเยีย ดอกไม้สวยที่ไม่ควรแตะต้อง

ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) เป็นพืชที่มีดอกที่สวยงามมากที่สุดชนิดหนึ่งของวงศ์สกุลดอกไม้ ดอกไฮเดรนเยีย เป็นดอกไม้ในวงศ์สกุล Hydrangeaceae ซึ่งเป็นดอกไม้พื้นเมืองที่ขึ้นมาในแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก เป็นพืชในเขตอบอุ่น ไม่ร้อนชื้น และขึ้นมากในแถบเขตหนาวและที่สูงเช่น เทือกเขาหิมาลัย ไฮเดรนเยีย มีสายพันธุ์มากมายกว่า 30 สายพันธุ์ที่ขึ้นตามภูมิภาคเอเชียใต้, แถบเทือกเขาหิมาลัย, และทางขั้วโลกเหนือ ถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้ เนื่องจากดอกนั้นดอกเป็นพุ่มซึ่ง 1 พุ่มจะมีดอกจำนวน 60 – 70 ดอก และมีสีสันที่แตกต่างกันไปเช่น สีม่วงอ่อนอมชมพู, สีฟ้าอ่อน, สีชมพูอ่อน เป็นต้น ไฮเดรนเยีย จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงที่อากาศเย็น แต่ไม่ชื้นแฉะ ดอกจะบานในช่วงฤดูหนาว สำหรับประเทศไทยมีการนำดอกไฮเดรนเยีย เข้ามาในช่วงรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันนิยมปลูกทางภาคเหนือของไทย ดอกไฮเดรนเยีย แม้ว่าจะมีความสวยงามแต่กลับเป็นพืชที่จัดว่าเป็นพืชมีพิษ ซึ่งมีอยู่ทุกส่วนของต้นรวมถึงส่วนที่เป็นดอก ไฮเดรนเยีย มีสารพิษที่เรียกว่า Cyanide สารพิษที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบประสาท ซึ่งหากทานพืชนี้เข้าไปพิษจะส่งผลต่อการหายใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, คลื่นไส้อาเจียน, ชักกระตุก, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ช็อกหมดสติ และทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น ดอกไฮเดรนเยีย จึงนิยมนำมาเป็นไม้ประดับมากกว่า…

Read more ไฮเดรนเยีย ดอกไม้สวยที่ไม่ควรแตะต้อง

สลอด ใช้ไม่ดีระวังถึงตาย

สลอด เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดว่าเป็นสมุนไพรที่มีอันตรายอย่างมาก หากใช้ในทางที่ไม่ดี สลอด เป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยวสีน้ำตาลปนเล็กน้อยบริเวณใบ ออกดอกเป็นช่อ และมีเมล็ดสลอดซึ่งมีลักษณะเป็นเปลือกแข็ง ซึ่งภายในมีพูจำนวน 3 พู สลอดจัดอยู่ในวงศ์                Euphorbiaceae มีลำต้นสูงประมาณ 2-4 เมตร เป็นพรรณไม้ที่เหมาะกับอากาศแห้งและชื้น รวมถึงชื่นชอบดินร่วนซุย ส่วนใหญ่สลอดจะพบมากในแถบประเทศเขตร้อน เช่น ไทย, อินเดีย, ศรีลังกา, มาเลเซีย, จีนตอนใต้ และจะออกดอกและผลในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง กรกฎาคม สลอดถูกจัดว่าเป็นพืชสมุนไพร แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะสลอดจัดว่าเป็นพืชมีพิษ โดยเฉพาะเมล็ดของมันที่มักใช้เป็นยาถ่ายอย่างรุนแรง ซึ่งร้อยละ 50 ของสลอดมีพิษ ซึ่งประกอบด้วยสาร Crotin, Resin, Croton oil, Taxalbumins (phytotoxins), Toxic albuminous substance crotin ที่ถูกในเมล็ดและราก รวมถึงยางของต้นด้วย เมล็ดนั้นมีพิษทำให้เกิดท้องร่วงรุนแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลาอาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยางของต้นหากโดนผิวจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิว เป็นผื่นคันแดงและไหม้ สลอดแม้ว่าจะถูกจัดว่าเป็นต้นไม้พิษ แต่หากนำมาใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยในเรื่องของยาถ่ายอย่างดี ซึ่งช่วยได้สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกประจำ โดยการนำเมล็ดมาชะล้างพิษโดยการนำมาคั่วเพื่อให้น้ำมันเมล็ดระเหยให้หมดซะก่อน…

Read more สลอด ใช้ไม่ดีระวังถึงตาย

รวมพรรณไม้ที่ดูแต่ตามืออย่าต้อง

  มีพรรณไม้มากมายหลายชนิดหลายสายพันธุ์ที่สวยงามและนิยมนำมาประดับบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพรรณไม้ดังกล่าวนั้นจะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหากสัมผัสหรือกินเข้าไป และทำให้พรรณไม้เหล่านี้ที่ดูได้แต่ห้ามแตะต้องอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ซึ่งเรามาดูกันว่ามีต้นใดบ้างที่นำมาประดับได้แต่ระวังหากโดนพิษของมัน ต้นชวนชม พิษของมันอยู่ที่ทุกส่วนของลำต้นรวมถึงดอกและใบ เป็นยางสีขาวขุ่นมีสารพิษจำพวก abobioside และ abomonosideซึ่งฤทธิ์ของมันมีผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ และเป็นอัมพาตที่กรามหากพิษเข้าร่างกายโดยในอดีตมักนิยมใช้น้ำยางของชวนชมทาที่หัวลูกดอกเพื่อเบื่อปลา หากสัมผัสยางของมันก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นคัน ต้นบานบุรี พิษของอยู่ที่ทุกส่วนของลำต้นโดยพิษมันคือน้ำยางสีขาวขุ่น ซึ่งมีสารจำพวก triterpinoidและ staphtlococus หากสัมผัสแล้วอาจเกิดอาการผื่นคัน และเกิดแผลที่ผิวหนัง และหากพิษเข้าไปในร่างกายก็จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงอย่างรุนแรงได้ ยิ่งโดยเฉพาะเป็นอันตรายมากสำหรับเด็ก สาวน้อยประแป้ง พรรณไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมากในตัวอาคารและในบ้านเนื่องจากช่วยในเรื่องของการกองอากาศภายในอาคาร ซึ่งถือว่าเป็นไม้ประดับมีพิษชนิดหนึ่งเช่น แคลเซียมออกซาเลท ซึ่งมาจากน้ำยางใสๆจะลำต้นและใบ หากโดนแล้วจะระคายเคืองผิวหนัง มีอาการคัน และมีผื่นแดงในบริเวณที่รับพิษ หากได้รับพิษเข้าสู่ร่างกายพิษจะเข้าไปทำลายระบบกล้ามเนื้อและการทำงานภายในร่างกายอาจถึงตายได้